Pages

Friday, August 21, 2020

“เราต้องยอมเจ็บ เพื่อไม่เจ็บต่อ” ก้าวที่กล้าของ 'หม่อมถนัดแดก' - โพสต์ทูเดย์

tapalkila.blogspot.com

จาก 18 ปิดไป 6 สาขา ‘หม่อมถนัดแดก’ ปิดเซ่นพิษโควิด-19 เพื่อปรับกลยุทธ์มุ่งปีหน้าเพิ่มสาขามากกว่า 30 สาขา และอีก 3 ปีจะยกข้าวแกงไทยไปดังไกลถึงระดับโลก

เรื่อง : รัชพล ธนศุทธิสกุล

ภาพ : ณัฐพล โลวะกิจ

อดีตคุณพ่อวัยละอ่อนที่ลาออกจากอาชีวะมาขับรถแท็กซี่เลี้ยงลูกด้วยวัยเพียง 19 ปี พรีเซ็นเตอร์โฆษณาและงานโปรดักชั่นภาพยนตร์ระดับฮอลลีวูด ก่อนจะเป็นนักรีวิวชิมอาหารชื่อดังเมืองไทย 

เมื่อ 3 ปีที่แล้วชายในชื่อ ‘หม่อมถนัดแดก’ หรือ “เสก-สหัสวรรษ ชอบชิงชัย” ยังได้สร้างปรากฏการณ์ยกข้าวแกงพื้นๆ ให้มีระดับพรีเมียร์ ซึ่งมียอดขาย 50,000 บาท เฉลี่ยต่อวันในทุกสาขา 18 สาขาด้วยกัน 

“โควิด-19 ทำเราปิดสาขาไปถึง 6 สาขา แต่เราไม่ได้เจ๊ง เราปิดเพื่อปรับกลยุทธ์ อีก 3 ปี ปักธงไว้ที่ไทม์สแควร์ นครนิวยอร์ก ในเร็วๆ นี้จะกลับมาเปิดสาขามากกว่า 30 สาขา” เขากล่าวเริ่มต้นก้าวต่อไปของร้านข้าวแกงหม่อมถนัดแดกที่ใครๆ คิดว่าเจ๊งแล้วแน่นอน

อะไรที่ทำให้เขาคิดเช่นนั้นและเหตุใดที่จะทำให้แผนกลยุทธ์นี้เป็นจริง นี่คือเบื้องหลังก้าวที่กล้าหลังล้มของเขาคนนี้

ทะเยอทะยานพาถึงฝัน

“ผมมีความทะเยอทะยาน ภาษาอังกฤษเรียกว่า Ambition คือถ้าผมพอใจในสิ่งที่เป็นตอนนี้ผมยังขับแท็กซี่ ผมยังอยู่ร้านเหล้า หรือทำงานเบื้องหลังหนังเลี้ยงลูกและครอบครัว แต่เพราะหาโอกา หาช่องทางเลยไต้เต้าขึ้นมาเป็นวันนี้”

เพราะแม้ว่าเขาจะเกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะคุณพ่อเป็นเจ้าของอู่แท็กซี่ แต่นั้นก็ใช่ว่าจะประกันชีวิตจะโรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอ “หม่อมถนัดแดก” หรือชื่อจริงตามบัตรประชาชน “สหัสวรรษ ชอบชิงชัย” เกิดและเติบโตที่กรุงเทพฯ เป็นลูกชายคนสุดท้องลำดับที่ 6 ในช่วงวัยเด็กเขารูปหล่อหุ่นดีเพราะความเป็นลูกเสี้ยวและนักกิจกรรมของโรงเรียนและนักกีฬาตัวยงที่เก่งทั้งนาฏศิลป์ ต่อยมวย ฟุตบอล โดยเฉพาะอย่างหลังเป็นกีฬาที่เขาโดดเด่นเป็นที่สุดเพราะเคยได้สัมผัสถึงระดับรองแชมป์บอลเยาวชนอาชีวะศึกษา

ขณะที่ฟังดูแล้วชีวิตที่รุ่งโรจน์ของเด็กวัย 15-16 น่าจะดำรงและพุ่งตรงขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็นั้นแหล่ะชีวิต จากความที่เขาอยากเป็นนักครีเอทีฟโฆษณาแทนการเป็นวิศวกรช่างยนต์เพื่อจบออกมาแล้วจะได้ช่วยงานกิจการครอบครัวตามที่พ่อต้องการ จึงเริ่มที่จะเกเรเกตุงตามประสาวัยรุ่น ไม่เข้าเรียน มีเรื่องตีกัน จนถูกให้ออกจากโรงเรียนกลางคัน หนแรกที่โรงเรียนเซนต์จอห์น เทคโนโลยี หนที่สอง 4-5 ปีถัดมาที่เทคโนโลยีบางกะปิด้วยเหตุผลมีลูกในวัยเรียน

และมรสุมลูกแรกถ่างโถมเข้ามาในชีวิต เพราะต้องขับแท็กซี่เลี้ยงดูอีก 2 ชีวิตด้วยวัย 19 เท่านั้น

“มันเด็ก ก็ยังไม่สำนึกอะไร ยังเกเร สำมะเลเทเมา 3 ปีที่ขับเงินดีแต่ก็ไม่เอา เพราะพอได้เจอแมวมองชวนไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ ได้เล่นละครเวที ก็ไปรู้จักกับผู้กำกับเขาเปิดร้านเหล้า ไม่ขับรถแล้วบอกพ่อแม่ไปทำงานเด็กบาร์ เพื่อได้กินเหล้า ได้เที่ยวทุกวัน ได้เจอผู้หญิง”

หนทางของดวงดาวสิงห์ราตรีสายนี้อย่างมากก็แค่ตำแหน่งผู้จัดการ จบเดือนรับเงินราวๆ  3 หมื่นกว่าบาทเท่านั้น “ตอนนั้นตามไปทำถึงที่เชียงใหม่จนร้านปิด ถึงได้คิด เราพอใจกับชีวิตแค่นี้เหรอ ก็เลยตอบตัวเองว่าไม่ ฉันไม่พอใจชีวิตแบบนี้แน่นนอน” เขาเริ่มฉุกคิดหลังติดตามขวดเหล้ามาผ่านไป 2 ปี

“กลับมาทำธุรกิจตัดไม้และก็มาทำงานเบื้องหลังภาพยนตร์แผนกผู้ดูแลด้านยานพาหนะ ราวๆ 10 กว่าปี ก็มีชื่อเป็นที่รู้จักในวงการ หนังฮอลลีวูด หนังอินเดีย ที่มาถ่าย ใบลิสต์ชื่อผมอยู่ต้นๆ เลย ชีวิตก็ดีขึ้นมีบ้าน มีรถ 13 คัน เปิดเป็นบริษัทที่มีรถให้เช่าถ่ายหนังด้วย”

มีน้อยต้องเสี่ยง

“มีเศรษฐีสอนผม ถ้าเรามีน้อยต้องเสี่ยงให้เยอะ ถ้ามีเยอะต้องเสี่ยงให้น้อย หมายความว่าถ้าเรามีเงินน้อยแบบจนไม่พอใช้ซื้อหวยไปเลย คือหาธุรกิจที่พลิกชีวิตได้ ธุรกิจที่ไม่ต้องเสียเวลาเยอและคุ้มกับการเสี่ยง

“แต่ถ้ามีเงินเยอะแล้ว ให้เราลงทุนให้น้อยในธุรกิจแต่มีมูลค่าสูงและเพิ่มด้วยตัวเองตลอด อย่างการซื้อที่ ซื้ออสังหาริมทรัพย์ บ้าน คอนโด ไม่ต้องเอาเงินไปทำเสี่ยงอะไรแล้ว มันจะไม่กลับมาจนอีก” หม่อมถนัดแดกเล่าที่มาของแนวคิดนี้ขณะที่ชีวิตกำลังไปได้สวยจนกลายมาเป็นนักรีวิวและวิจารณ์อาหารชื่อดังเพราะเหตุนี้

โดยในช่วงที่ทำงานเบื้องหลังทำให้ได้มีโอกาสท่องเที่ยวไปทั่วประเทศไทย ทำให้ได้ชิมรสชาติอาหารพื้นถิ่นตลอดเวลากระทั่งเป็นความชอบเริ่มสรรหากินแบบอัตโนมัติ

“เริ่มความคิดเปิดร้านเป็นของตัวเองก็ลงทุนเลย ร้านแรกในสนามกอล์ฟย่านบางนา ปรากฏว่า 3 เดือนเจ๊ง ทีนี้ย้ายเข้ามาโซนกลางเมืองยังรัชดาซอย 4 ก็ไปไม่รอด”

เพราะไม่มีประสบการณ์ไปขายข้าวตามสั่งพนักงานออฟฟิศที่พักแค่ 1 ชม. มากันเยอะๆ ทำอาหารเสิร์ฟไม่ทันก็จบตกบ่ายไม่มีลูกค้ามาแล้ว

“หรือว่าเราไม่เหมาะกับอาชีพนี้ ทำสิ่งที่เราถนัดดีกว่าคือร้านเหล้า แต่ทำไปสักพักเวลารวน ร้านปิดตี 2 ตี 3 งานกองถ่ายเช้าก็พัง ก็เซ็งร้านเหล้ามาทำอาหารเสริมกับเพื่อนๆ หมอ นักธุรกิจ ลงทุนคนละล้าน ทำไป 6 เดือนดีเลย และก็ทำให้เราได้รู้จักกับสเตฟาน (ฐสิษฐ์ สินคณาวิวัฒน์) ชักชวนกันไปทำดีเจออนไลน์ต่อยอดมาเป็นยูทูปเปอร์รีวิวอาหารและวิจารณ์อาหารด้วยตัวเอง เป็นหม่อมถนัดแดกราวๆ ปี 2557 ที่คนรู้จักมีเอฟซี 2 แสน

“คือมันอยู่ที่มายด์เซ็ต คิดดีก่อนและลงมือทำ ประสบความสำเร็จไม่ประสบความสำเร็จอีกเรื่องหนึ่ง แต่ไม่ว่าจะไม่ประสบความสำเร็จ ทำไปแล้วเจ๊ง เราจะได้ประสบการณ์นั้นๆ กลับมา ไม่มากก็น้อย ถ้าไม่ดีก็อยากเอากลับมาใช้ อะไรดีเอามาใช้ได้หมด เพราะทุกสิ่งอย่างมาจากประสบการณ์ล้วนๆ ที่มันจะทำให้เราประสบความสำเร็จ”

ยอมเจ็บเพื่อไม่เจ็บต่อ

“ผู้ใหญ่เตือน กองถ่ายมันฉาบฉวย เวลาจ้างแค่คนเดียว ไม่สามารถจ้างลูกหรือจ้างหลานเราได้ การมีชีวิตมั่นคงเราต้องทำธุรกิจที่เป็นมรดก ตอนนั้นคิดแล้วอะไรคือธุรกิจมรดก (หัวเราะ)  มันคือทำอะไรก็ได้ที่เราตายแล้วยังทำกำไรให้ลูก คนรอบข้างที่เรารักเขาได้เงินจากธุรกิจที่เราทำ”

หม่อมถนัดแดกเอ่ยเคล็ดลับต่อมาที่ทำให้เขานั้นกลายเป็นเจ้าของร้านข้าวแกงถนัดแดก ร้านข้าวแกงที่สร้างปรากฏการณ์ยกข้าวแกงพื้นๆ ให้มีระดับพรีเมียร์ ร้านข้าวแกงที่จะเป็นร้านแรกของเมืองไทยที่สร้างชื่อในระดับสากล โดยใน 3 ปีที่ผ่านมาที่เปิดให้บริการมีสาขาด้วยกันอย่างรวดเร็วถึง 18 สาขา สร้างยอดขายเฉลี่ยตกสาขาละถึง 50,000 บาทต่อวัน

“ภายในปีสองปีนี้จะมีสาขามากกว่า 30 สาขา และใน 3 ปี ปักธงไว้ที่ไทม์สแควร์ นครนิวยอร์ก แต่ตอนนี้เจอเรื่องของโควิด-19 ก็เลยต้องเปลี่ยนที่ กำลังดูอยู่ว่าจะไประดับสากลโลกที่ไหน” เขากล่าวระบุการเผชิญกับวิกฤตปัญหาเชื้อไวรัสโควิด-19 จนทำให้สาขาลดลงไป 6 สาขา กระนั้นก็ไม่ได้แปลว่าเป็นขาลงของทางร้าน ในทางกลับกันมันคือกลยุทธ์ ‘ปิดเพื่อปรับเปลี่ยน’ โดยให้สอดคล้องกับ NEW NORMAL โดยการคิดรูปแบบ 1 ร้าน 3 สไตล์ ได้แก่

1.ข้าวแกงหม่อมถนัดแดกแบบเดิม เริ่ม 06.00-14.00น. เพื่อกันอาหารเซ็งและไม่เต็มถาดไม่น่าทาน

2.ตามสั่งพรีเมียร์ เวลา 14.00-20.00น. เสิร์ฟจานร้อนเมนูต่อเมนู ลดต้นทุนที่สูญเสียไปจากการทำข้าวแกงแบบถาดแล้วต้องทิ้ง การทำแบบนี้ส่งคุมคุณภาพอาหารได้ดีขึ้นและทำให้อาหารข้าวแกงน่ารับประทาน รสชาติไม่เพี้ยน

3.ไทยคูซีน เรสเตอร์รองท์ มื้อเย็นข้าวแกงแบบเซต เสิร์ฟกันแบบร้อนๆ เป็นชุดถาดใส่ใบบัวพร้อมกับข้าว 2-3 อย่าง ให้เลือกด้วยกันถึง 12 เมนูชุด

“ข้าวแกงมีความยากและข้อจำกัดในการขาย ทั้งเรื่องของระยะเกินเที่ยงไม่ทานกันแล้ว เรื่องของการควบคุมรสชาติให้ เรื่องของราคาที่หากใช้วัตถุดิบที่ดีในราคาสูงต้นทุนราคาขายก็ยากที่จะมีลูกค้า แต่เราตอนแรกที่เปิดขาย 1 อย่าง 40 บาท ก็ขายได้ หรือเมนูพิเศษใช้วัตถุดิบเกรดดีขายเริ่มต้นหลัก 100 กว่าบาท คนก็นิยมมาก

“ครั้งนี้มันเป็นวิกฤตแต่ในวิกฤตก็มีโอกาส 2 เดือนที่เราได้หยุดพัก เราคิดตลอดมั่นใจว่าครั้งนี้ดีกว่าเดิม เราปิดจุดด้อยร้านข้าวแกงเป็นจุดแข็งได้ ล้มแล้วต้องลุกให้ไว้ เราล้มแล้วเราจะล้มต่อไปหรือนอนตายอยู่ตรงนี้ล่ะ มันต้องเจ็บอีกนิดหนึ่ง เราต้องยอมเจ็บเพื่อไม่เจ็บต่อไป ถ้าเรายังมีลมหายใจอยู่ลุกครับ ลุกขึ้นสู้ สู้กับมัน เดี๋ยวมันก็ผ่านไป ขอให้กำลังใจทุกคนกลับมายืนได้ด้วยตัวเองเร็วๆ นี้นะครับ”

Let's block ads! (Why?)



"ต่อ" - Google News
August 21, 2020 at 06:33PM
https://ift.tt/34l9bEb

“เราต้องยอมเจ็บ เพื่อไม่เจ็บต่อ” ก้าวที่กล้าของ 'หม่อมถนัดแดก' - โพสต์ทูเดย์
"ต่อ" - Google News
https://ift.tt/2TWExL0

No comments:

Post a Comment